Archive for the 'ธุรกิจ' Category

ธุรกิจแฟรนไซส์ที่ได้รับความนิยมในมากที่สุด

4

ในปัจจุบัน เซเว่นอีเลฟเว่นในประเทศไทยมีจำรวมกว่า 7,800 สาขา โดยแบ่งเป็นเฉพาะในกรุงเทพมหานครกว่า 500 สาขา รองลงมาคือชลบุรี มีมากกว่า 200 สาขา ซึ่งหากรวมสาขาแล้ว ไทยมีสาขามากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากญี่ปุ่นและไต้หวัน นอกจากนี้ยังถือเป็นร้านค้าปลีกที่มีเครือข่ายมากที่สุด โดยมียอดขายเฉลี่ย 65,019 บาท ต่อวันต่อสาขาอีกด้วย

หากจะพูดถึงเสน่ห์ของการทำแฟรนไชส์ที่ถูกต้อง คงต้องยกให้กับการมีเข็มทิศทางธุรกิจที่แน่นอน บวกกับการมีพันธมิตรร่วมคิด ซึ่งแทนที่ผู้ขายจะต้องดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง ธุรกิจแฟรนไชส์จะช่วยการดำเนินธุรกิจนั้นให้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือมีคนช่วยคิดวางแผนการเงินให้โดยไม่ต้องลองผิดลองถูก ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่นักลงทุนมือใหม่มักเลือกเป็นธุรกิจแรกในชีวิตของตน

โดยเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นร้านสะดวกซื้อ ที่จำหน่ายสินค้าในหมวดเครื่องใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งอยู่ในเครืองของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นผู้บริหารแฟรนไชส์เซเว่นอีเลฟเว่นในประเทศไทย จากการลงนามในสัญญา ซื้อสิทธิประกอบกิจการ จากเจ้าของสิทธิ์ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531

อันดับ 1 เซเว่น-อีเลฟเว่น

ค่าแฟรนไชส์ : 1,500,000 บาท มีจำนวนทั้งสิ้น 7,800 สาขา

อันดับที่ 1 แน่นอนว่าไม่ใช่ใคร ต้องเป็นของ แฟรนไชส์ เซเว่น-อีเลฟเว่น อย่างแน่นอน เชื่อว่าทุกคนในที่นี้ไม่มีใครไม่รู้จักร้านสะดวกซื้อที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงอย่าง เซเว่น อีเลฟเว่น

อันดับ 2 ไจเเอ้นลูกชิ้นปลาระเบิดเถิดเทิง

ค่าแฟรนไชส์ : 6,900 บาท จำนวน 1,000 สาขา

อันดับ 2 ตกเป็นของ ไจเเอ้นลูกชิ้นปลาระเบิดเถิดเทิง ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารหรืออาจจะอยู่ในหมวดของอาหารทานเล่น ถือเป็นอีกหนึ่งร้านค้าที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน ที่ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนจะเห็นร้านลูกชิ้นปลาร้านนี้เปิดอยู่ทั่วทุกหัวมุมถนน อีกทั้งเป็นที่นิยมของผู้บริโภคกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งหลายๆ คนยืนยันว่าถ้าเป็นลูกชิ้นปลาไจแอ้นจริงต้อง กรอบนอก นุ่มใน และน้ำจิ้มที่เผ็ดจี๊ด ถึงจะเชื่อว่าเป็นของจริง ซึ่งแฟรนไชส์นี้มีถึง 1,000 สาขาเลยทีเดียว

อันดับ 3 มายเปย์ ตู้ชำระค่าบริการ

ค่าแฟรนไชส์ : 44,550 บาท จำนวน 800 สาขา

ท็อปเทนอันดับ 3 เป็นของ มายเปย์ ตู้ชำระค่าบริการ โดยเป็นผู้ให้บริการทางด้านการรับชำระเงิน การเติมเงินออนไลน์ โดยให้บริการชำระเงินและเติมเงินแบบอัตโนมัติหลากหลายค่าย ซึ่งสามารถเห็นตู้นี้ได้อย่างแพร่หลายในประตูทางเข้า เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน สถานีรถไฟฟ้า MRT รวมไปถึงในมหาวิทยาลัยหลายแห่งอีกด้วย โดยมีจำนวนสาขากว่า 800 สาขา

อันดับ 4 เฟรชมาร์ท

ค่าแฟรนไชส์ : 790,000 บาท จำนวน 600 สาขา

อันดับที่ 4 เป็นของเฟรชมาร์ท ร้านขายสินค้าสะดวกซื้อ หรือที่หลายคนเรียกว่า Minimart โดยจำหน่ายสินค้าในหมวดเครื่องใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจบริหารงานโดยคนไทยเพื่อคนไทย เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ เนื่องจากระบบการทำงานของคนไทยที่บริหารกันเอง และสัญญาที่ไม่มีความยุ่งยากมากเกินไป จึงเป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์ที่ถือว่าได้รับความนิยมจนมีสาขาทั่วประเทสกว่า 600 สาขาเลยทีเดียว

อันดับ 5 เอ็ม กาแฟนมสด

ค่าแฟรนไชส์ : 6,900 บาท จำนวน 560 สาขา

ร้านกาแฟถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจยอดฮิตในปัจจุบัน เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะเห็นร้านกาแฟตั้งอยู่ทั่วทุกหัวมุมถนน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือแฟรนไชส์ เอ็ม กาแฟนมสด ซึ่งเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างมากในช่วง 2- 3 ปีที่ผ่านมา โดยร้านเอ็ม กาแฟนมสด มีสูตรยอดนิยม กว่า 70 เมนูให้เลือกสรร จัดว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจเลยทีเดียว

 

หัวใจสำคัญในการลงทุนธุรกิจ

ในอนาคตมีนักวิชาการคาดการณ์ว่า มนุษย์เงินเดือนจะลดลง เพราะคนรุ่นใหม่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองกันมากขึ้น ปัจจุบันคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาใส่ใจการลงทุน สังเกตได้จากมีคอร์สสัมมนามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Self-Development, Creativity, การลงทุนในหุ้น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การทำ Startup, Tech-start up ไปจนถึงการสอนการทำธุรกิจ Entrepreneurship ซึ่งก่อนที่หลายคนจะเริ่มหันมาลงทุนนั้น จำเป็นต้องหาเงินก่อนซึ่งส่วนมากมักเริ่มต้นด้วยการทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งหัวใจสำคัญในการลงทุนธุรกิจ

1. ด้านคน : คุณต้องค้นหาตัวตน สิ่งที่ชอบ สิ่งที่หลงใหล และศักยภาพของตนเองให้เจอก่อนว่า คุณเหมาะกับธุรกิจประเภทใดใน 3 ด้านที่กล่าวมาข้างต้น นอกจากการค้นหาตัวเองแล้ว คุณจำเป็นต้องค้นหาบุคลากรหรือทีมงานที่จะทำงานร่วมกับคุณด้วย ถึงแม้การทำธุรกิจอาจเริ่มต้นเพียงคนไม่กี่คน แต่ถ้าความคิดและความต้องการแตกต่างกันก็ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ยาก นอกจากการเลือกคนมาร่วมงานกับคุณแล้ว คุณยังต้องเรียนรู้วิธีการบริหารทีมงานเพื่อให้ทุกคนได้ทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพอีกด้วย

2. ด้านเทคนิค : คือการจัดการด้านเทคนิค การจัดการด้านผลิตภัณฑ์ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องศึกษาค้นหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งจากการอ่านและการเรียนในคอร์สสัมมนาต่าง ๆ ที่เอื้อต่อธุรกิจของคุณ ข้อนี้นับเป็นการลงทุนก้อนแรกก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ ซึ่งข้อนี้สำคัญมาก ๆ ด้วยเช่นกัน นอกจากคุณจะต้องรู้ในธุรกิจที่คุณจะทำแล้ว คุณยังต้องศึกษาการที่จะได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ (Product) และบริการที่ดีและแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด

3. ด้านการตลาด : การตั้งราคา การเจรจา คุณจะต้องเรียนรู้ทุกเรื่องของการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการทำแบรนด์ การตลาดทั้ง Online และ Offline การวางแผนธุรกิจ ไปจนถึงการวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งภายในและภายนอก (SWOT Analysis) ไปจนถึงการขายสินค้าและบริการให้ถึงมือผู้บริโภค

4. ด้านการเงิน : หัวใจข้อนี้สำคัญมาก ๆ เช่นกัน คุณต้องรู้วิธีการให้ได้มาซึ่งต้นทุนที่ต่ำที่สุด หลายทฤษฎีกล่าวไว้ว่า “การได้มาซึ่งกำไรที่มากที่สุดนั้น ได้มาจากการได้มาซึ่งต้นทุนที่ถูกที่สุด” ดังนั้นเรื่องเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็น ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจ SMEs หรือธุรกิจที่เริ่มเติบโตนั้นมาจากเงินกู้หรือสินเชื่อ SMEs บางคนอาจมีต้นทุนทางการเงินแต่ไม่มาก หรือบางคนมีต้นทุนเพียงแค่ความคิดและความสามารถเท่านั้น

การส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจการนำเข้า-ส่งออกสินค้า

14-02-2012-2a1qปัจจุบันนี้ธุรกิจการนำเข้า-ส่งออกสินค้ามีการขยายตัวเติบโตมากขึ้นตามความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการตกลงทางการค้าว่าด้วยเขตการค้าเสรี (FTA)โดยมีหลักการที่พยายามลดอุปสรรคทางการค้าลง โดยเฉพาะการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีระหว่างคู่สัญญาเนื่องจากขั้นตอนการนำเข้าสินค้ามีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และมีปัญหาทางด้านต้นทุนผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าจะต้องทำความเข้าใจและศึกษาข้อปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อให้การประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าเป็นไปอย่างสะดวกและได้รับผลสำเร็จคุ้มค่ากับความตั้งใจการลงทุน การจัดทำแผนธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางของการหาแหล่งผลิตสินค้า การผลิต การกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดเป้าหมาย ซึ่งผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าควรที่จะต้องศึกษาเกี่ยวกับระเบียบพิธีการนำเข้าสินค้าของกรมศุลกากรที่ว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีอากรสำหรับสินค้าที่นำเข้า สินค้าเป็นสินค้าต้องห้ามหรือสินค้าต้องกำกัด การขนส่งสินค้า สิทธิประโยชน์ตามความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) การประกันภัยสินค้า การชำระเงินค่าสินค้าผ่านธนาคาร

เรื่องเงินทุนหมุนเวียน คือสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการควรที่จะเสริมสภาพคล่องทางการเงินไว้ให้มากโดยเฉพาะการส่งออก นอกจากนี้การทำประกันการซื้อขายสินค้ายังเป็นอีกทางเลือกที่ดีที่ควรมองไว้ด้วย เนื่องจากการออกไปบุกเบิกลุยทำธุรกิจยังต่างประเทศถือว่ามีความยากในระดับที่สูงกว่าการทำในประเทศบ้านเกิดหลายเท่าตัวนัก ส่วนสำคัญที่สุดก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของความแตกต่างเฉพาะตัวที่ยากจะเข้าถึงได้ ไหนจะมีเรื่องของความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนทางการเงินที่วิ่งอยู่ตลอดเวลาไม่เคยหยุดอยู่กับที่

การเริ่มทำธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการควรเลือกสินค้าโดยทดลองสินค้าที่ไม่มากชนิดก่อน พยายามศึกษาถึงกฎระเบียบข้อจำกัดที่เกี่ยวกับสินค้านั้นๆ การกำหนดโควตา หรือการคุ้มครองในประเทศผู้นำเข้าให้ละเอียดก่อน รวมถึงพิจารณาว่าสินค้านั้นสามารถผลิตเองได้ หรือต้องซื้อจากผู้ผลิตรายอื่น หรือเป็นการจ้างผลิต หากเป็นการจ้างผลิต ผู้ส่งออกต้องรู้แหล่งผลิต และอาจจะกระจายการผลิตไปยังผู้ผลิตไปยังผู้ผลิตหลายราย นอกจากนี้ผู้ส่งออกต้องรู้สภาพปัญหาการผลิต การจัดจำหน่าย และการส่งออก มีความรู้เกี่ยวกับช่องทางการจัดจำหน่าย พิธีการและเอกสารที่ใช้ในการส่งออก เพราะสินค้าแต่ละชนิดจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งคำนึงถึงค่าใช้จ่าย และภาวะการแข่งขันในตลาด มีมาตรการในการควบคุมคุณภาพสินค้า ความพร้อมในการออกแบบสินค้า หรือปรับปรุงสินค้าให้เหมาะสมกับผู้ซื้อ

การศึกษาแนวโน้มการแข่งขันกันทางธุรกิจในอนาคต

ในอนาคตอันใกล้นี้ ทรัพยากรมนุษย์จะกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของการทำธุรกิจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยธุรกิจชั้นนำที่ไหนๆ ก็มักจะสอนเราว่า “ทรัพยากรมนุษย์เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของบริษัท” แต่ในทางปฏิบัติจริง เราแน่ใจเพียงใดว่า เราดูแลทรัพยากรมนุษย์ของเราอย่างดีที่สุดแล้ว

หากมองในแง่วิชาการแล้ว คำตอบคือไม่ แม้แต่การศึกษาระดับปริญญาโทก็เพิ่งจะเริ่มจัดการเรียนการสอนด้านการจัดการและพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นว่าเราพากันละเลยความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์อันเป็นรากฐานความสำเร็จของบริษัท ทัศนคติในการทำธุรกิจถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับโลกธุรกิจปัจจุบัน พนักงานที่ยอดเยี่ยมและมีความสามารถทั้งหลายล้วนทำงานอยู่ในสายการบัญชีและการตลาด

เราพบเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ในธุรกิจทุกระดับ ผมเองโตขึ้นมากับการทำธุรกิจค้าปลีกและส่งร่วมกับพ่อของผม หลังจากพ่อตัดสินใจได้ว่าจะใช้ทำเลตรงไหน พ่อก็เริ่มกังวลว่าร้านของพ่อจะทำยอดขายไปรอดหรือไม่ จากนั้นก็คิดต่อไปว่าพ่อจะมีรายได้เท่าไร การทำบัญชีจึงเป็นคำตอบของปัญหาเหล่านี้ นักบัญชีจึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นที่ต้องการของผู้บริหารธุรกิจทุกราย

เมื่ออุตสาหกรรมโตขึ้น ความเข้มข้นของการแข่งขันเริ่มถ่ายโอนมาอยู่ที่การตลาดเพื่อมวลชน มากกว่าการขายสินค้าแก่ลูกค้ารายย่อย การตลาดเพื่อมวลชนจึงมีพลังมหาศาล ยุคการตลาดที่บุกเบิกโดยฟิลลิป คลอตเลอร์ นั้นคงอยู่นานเกือบ 3 ทศวรรษ เหตุที่การตลาดขยับชั้นขึ้นมาอยู่แนวหน้าเป็นเวลานานขนาดนั้น เพราะการตลาดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่เกี่ยวพันกับมนุษย์มานาน กว่าจะมีศักยภาพมากมายอย่างที่เห็น ปัจจุบันเราพบผู้สำเร็จการศึกษาด้านธุรกิจจากมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด ทั่วไปหมด นักการตลาดทุกคนก็ใช้หนังสือและเทคนิคเดียวกันในการแข่งขันในเชิงธุรกิจ ดังนั้นการแข่งขันกันเพื่อให้ได้เปรียบในเรื่องการตลาดเพื่อมวลชนจึงเป็นสิ่งล้าสมัยเสียแล้ว

บริษัทต่าง ๆ หันกลับไปสู่การบริหารการเงินเมื่อต่างก็ต้องคิดว่าจะต้องลงทุนในการรณรงค์ทางการตลาด อย่างไร บริษัทที่ให้ความสำคัญทางการเงินมากกว่าการตลาด ก็จะเริ่มมองเห็นหุ้นของบริษัทมีราคาสูงขึ้น การบริหารการเงินจึงกลายเป็นโฉมหน้าการแข่งขันในยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันรูปแบบใหม่นี้ ไม่น่าจะอยู่ได้นานนัก เมื่อตลาดเต็มไปด้วยบุคลากรด้านการเงิน

ความเจริญก้าวหน้าทางอินเตอร์เน็ตได้ทำให้โลกเกิดความเปลี่ยนแปลง และเกิดผลกระทบต่อสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชน ชีวิตกลับกลายเป็นยุ่งยากซับซ้อนขึ้น บางคนเปลี่ยนงานได้ง่ายๆ จนเกิดปัญหาเรื่องความต่อเนื่องในการพัฒนาและการเติบโตของบริษัท กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่บริษัททั้งหลายกำลังเผชิญอยู่ คือปัญหาความภักดีในองค์กรซึ่งนับวันจะต่ำลง เมื่องานหาง่าย คนก็เปลี่ยนงานบ่อย ผู้มาใหม่ต้องการเวลาที่จะปรับตัวก่อนจะสามารถทำอะไรให้กับบริษัท การแก้ปัญหานี้ ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการพัฒนาและจัดการทรัพยากรมนุษย์ของแต่ละบริษัทเพื่อสร้างความจงรักภักดี ของพนักงานต่อบริษัท ดังนั้นแล้วในอนาคต ทรัพยากรมนุษย์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ของบริษัทที่ประสบความสำเร็จ

การพัฒนาการศึกษายุคใหม่

การพัฒนาการศึกษายุคใหม่
การศึกษาไทยในยุคปัจจุบัน เป็นการศึกษาในยุคสังคมแห่งการเรียนรู้ การศึกษาช่วยพัฒนาศักยภาพหรือเสริมสร้างพลังที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่จุดแรกเริ่มและตลอดชั่ววัยของชีวิต ซึ่งเป็นการอบรมบ่มนิสัยในมนุษย์สามารถประพฤติตน เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคม ดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพในอนาคต และสามารถร่วมสร้างประโยชน์ให้กับสังคมที่ตนอาศัยอยู่ จึงถือได้ว่า การพัฒนาคุณภาพมนุษย์ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสติปัญญา คุณธรรม ค่านิยม ความคิด ครูก็เป็นคนสำคัญในการสร้างเยาวชนที่ดี และสร้างอนาคตของชาติด้วย
คนไทยยุคปฏิรูปการศึกษา จะเป็นผู้มีความรู้คู่คุณธรรม และมีความสุข เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรมมีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต, สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข เป็นคนไทยที่มองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง มุ่งทำงาน และชาญชีวิต, เป็นผู้ที่คิดเป็น ทำเป็น คิดสร้างสรรค์และรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต, เป็นผู้ที่สามารถสร้างความรู้ใหม่ ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ รักการทำงาน และมีพลวัตในตนเองสูง, และเป็นคนไทยที่มาตรฐานสากล คือ เป็นผู้มีความสามารถทางด้านภาษาสากล เทคโนโลยีสื่ออิเล็กทรอนิกส์, มีความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมนานาชาติ, มีค่านิยมสากล และสามารถบูรณาการวิถีชีวิตไทยกับสังคมสากลได้อย่างมีความสุข
การศึกษาไทยยุคใหม่
เพื่อให้มีการพัฒนาคนไทยยุคใหม่ เพื่อมีชีวิตที่มีคุณภาพในสังคมไทยยุคใหม่ ภายใต้บริบทสังคมโลกใหม่, การศึกษาไทยยุคใหม่มีลักษณะที่สำคัญ ดังนี้
1. การศึกษาไทยยุคใหม่ เป็นการศึกษาที่มุ่งสร้างคน สร้างงาน และสร้างชาติ, เป็นการศึกษาแบบองค์รวมและบูรณาการ เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ศาสนา และการเมือง เพื่อพัฒนาประเทศยั่งยืน
2. การศึกษาไทยยุคใหม่ ต้องมุ่งสั่งสมทุนปัญญาไทยและทุนปัญญาโลก
3. การศึกษาไทยยุคใหม่ ต้องเน้นผลต่อผู้เรียน ทั้งในระดับนโยบายและระดับการเรียนการสอนโดยกำหนดนโยบายการศึกษาที่คำนึงถึงประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ, เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามวิถีที่ถนัดและสนใจ เรียนอย่างสนุก เล่นให้ได้ความรู้ และมีความสุขกับการเรียน, ครูสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ เกิดความเชื่อมั่นในตนเองและมีความสุขกับการทำงาน
4. การศึกษาไทยยุคใหม่ ต้องมุ่งยกระดับงาน ให้เป็นแรงงานคุณภาพที่เข้มแข็ง และแข่งขัน ในมาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ยึดหลักสามประการในการจัดการศึกษา คือเป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง, อีกทั้งมาตรา ๙ ได้กำหนด
หลักการสำคัญในการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาไว้ ๖ ประการ คือ
1. มีเอกภาพด้านนโยบายและมีความหลากหลายในการปฏิบัติ
2. มีการกระจายอำนาจสู่เขตพื้นการศึกษา สถานศึกษา และองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น
3. มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ และประเภทการศึกษา
4. มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา และการพัฒนาครูคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
5. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา
6. การมีส่วนร่วมของบุคคลครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น.จะเห็นได้ว่า หลักการจัดการศึกษาในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๒ สอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษายุคใหม่ เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นคนไทยยุคใหม่ที่มีคุณภาพ คุณธรรม และคุณค่าแก่สังคมไทย และสังคมโลก มีชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

ปัญหาของการจัดการศึกษาในระบบไทย

ปัญหาของการจัดการศึกษาในระบบไทย
ในปัจจุบัน การศึกษาไทยนั้นตกต่ำลงอย่างมาก และยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในเร็ววันนี้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นแทบจะกลายเป็นปัญหาคาราคาซัง ซึ่งปัญหาเหล่านี้คือปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเหล่าเด็กไทยที่เข้าเรียนในระบบการศึกษาไทย และปัญหาเหล่านี้ แทบจะเห็นกันอย่างชินชา เช่นปัญหาเหล่านี้

  1. คุณภาพการศึกษาพื้นฐานตกต่ำ
    ในการจัดการทดสอบการศึกษาขั้นพื้นฐานในทุกๆปีนั้น ผลที่ออกมามักจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันในทุกๆปี นั่นก็คือ เด็กไทยมีความรู้ต่ำกว่ามาตรฐานอยู่เสมอๆ หรือแม้แต่การศึกษาขององค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ที่รู้กันในชื่อของ PISA พบว่านักเรียนไทยที่จัดได้ว่ามีความรู้วิทยาศาสตร์อยู่ในระดับสูงมีเพียง 1% เท่านั้นเอง ทั้งๆที่เราใช้เวลาในการเรียนการสอนมากกว่า 8 ชม. ต่อวัน PISA ยังพบว่า เด็กไทย 74% อ่านภาษาไทยไม่รู้เรื่อง คือมีตั้งแต่อ่านไม่ออก อ่านแล้วตีความไม่ได้ วิเคราะห์ความหมายไม่ถูก หรือแม้แต่ใช้ภาษาให้เป็นประโยชน์ในการศึกษาวิชาอื่นๆ แต่เรากลับมองสภาพเหล่านี้ด้วยความเคยชิน และยังคงเชื่อว่าลูกหลานของเราจะต้องได้รับการพัฒนาโดยการจัดการศึกษาแบบเดิมๆอย่างทุกวันนี้
  2. ปัญหาของครู

ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่คุณภาพการศึกษาสูงอันดับต้นๆในโลก วิชาชีพที่ประชาชนนิยม และให้การยอมรับนับถือมากที่สุดคือ วิชาชีพครู แต่ในประเทศไทย สังคมกลับเห็นว่าในปัจจุบันวิชาชีพนี้ ไม่เป็นที่นิยมเท่ากับการประกอบอาชีพหมอ หรือวิศวกรตามที่สังคมได้คาดหวัง ประเทศไทยมีการผลิตครูมากถึงปีละประมาณ 12,000 คน ในขณะที่อัตราการบรรจุครูใหม่ในแต่ละปีมีเพียง 3-4 พันคนเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าในแต่ละปี บัณฑิตครูที่จบออกมาใหม่จะมีการตกงานเบื้องต้นเกือบหนึ่งหมื่นคน แต่ในภาพรวมประเทศไทยยังนับว่าขาดแคลนครู โดยเฉพาะครูในสาขาวิชาสำคัญๆ เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา เป็นต้น ยังพบอีกว่า ไม่มีความชัดเจนทางนโยบายในการที่จะสนับสนุนให้ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่ตรงกับเนื้อหาสาระ ในทางตรงกันข้ามยังกลับพบมาตรการในเชิงกีดกันอีกด้วย เช่น การกำหนดให้ผู้ที่จะรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ต้องไปเรียนเพิ่มเติมอีกอย่างน้อยหนึ่งปี เป็นต้น

  1. ขาดแคลนบัณฑิตแต่บัณฑิตก็ยังตกงาน

ประเทศเราไม่มีแผน และกลไกการกำกับการผลิตกำลังคนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ในขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาในบางสาขามีมากมายจนล้นงาน จนพบเนืองๆ ว่า ในการรับสมัครงานบางตำแหน่ง มีผู้สมัครหลายหมื่นคนเพื่อแย่งกันเข้าทำงานที่มีการรับเพียงไม่กี่สิบอัตรา แต่บางสาขาวิชากลับขาดแคลนกำลังคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรม และทางด้านการแพทย์ เราต้องการให้มีผู้เข้าศึกษาสายอาชีวะประมาณครึ่งหนึ่ง จึงจะทำให้มีกำลังคนเพียงพอต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า มีผู้เข้าเรียนอาชีวะเพียง 27% ทั้งนี้ นับรวมถึงผู้ที่ไม่ได้เรียนสายอาชีวะแท้ แต่ไปเรียนอยู่ในวิทยาลัยอาชีวะด้วย เช่น สาขาด้านการบริหาร ซึ่งหมายความว่า หากนับสายช่างจริงๆ จะมีจำนวนน้อยกว่านั้นมาก กลายเป็นว่าในปัจจุบันเด็กที่เข้าเรียนในการจัดการศึกษาในระบบนั้นมีอนาคตที่ค่อนข้างชัดเจนว่าจะต้องตกงาน และปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด

4. คุณภาพอุดมศึกษา/ปริญญาเฟ้อ

มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มมีปัญหาเรื่องหาคนเข้าเรียน ทำให้ประสบปัญหาเรื่องความคุ้มทุน นำไปสู่ความจำเป็นที่ต้องดำเนินการด้านการตลาดทุกวิถีทาง และมุ่งเปิดสอนแต่สาขาวิชาที่ทำได้ง่าย ต้นทุนต่ำ และได้เงินเร็ว ซึ่งระบาดไปทุกระดับชั้นปริญญา เรามีบัณฑิตล้นงานในหลายสาขา แต่ขณะเดียวกันก็มีการขาดแคลนในสาขาวิชาที่ยากๆ มหาวิทยาลัยจำนวนมากมุ่งหาเงินจนเป็นระบบการศึกษาเชิงปริมาณ ความจำเป็นที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเช่นนี้ อาจพอเข้าใจได้สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชนซึ่งต้องแบกภาระค่าดำเนินการต่างๆ ด้วยรายได้ที่ต้องหามาเอง

  1. การขาดวิจัยและพัฒนา ขาดนวัตกรรม และปัญหาความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม

ในปี 2548 อาจารย์อุดมศึกษาไทยรวมประมาณ 50,000 คน ตีพิมพ์ผลงานวิจัยเพียง ประมาณ 2,000 ฉบับ ในจำนวนนี้ 90% เกิดมาจากมหาวิทยาลัยเพียง 8 แห่ง ซึ่งหมายความว่ามหาวิทยาลัยที่เหลืออีกร้อยกว่ามหาวิทยาลัยตีพิมพ์เพียง 10% เท่านั้นเอง แต่ถ้าดูในรายละเอียด ยังพบว่าแม้ในมหาวิทยาลัยที่ตีพิมพ์มากที่สุดรวม 8 แห่งนี้ เมื่อเฉลี่ยตามจำนวนอาจารย์แล้ว มีการตีพิมพ์เพียงคนละ 0.12 บทความเท่านั้นเอง ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ อาจารย์ของเขาจะตีพิมพ์คนละไม่ต่ำกว่า 2 ฉบับต่อปี มากกว่าที่ดีที่สุดของเราถึง 20 เท่า

ประโยชน์ของ ICT ในด้านการศึกษา

การจะพัฒนาประเทศให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ รวมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนั้นจะต้องมีการส่งเสริมและพัฒนาโครงสร้าง ICT ให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค และจะต้องส่งเสริมการใช้ ICT ให้กับประชากรในการดำรงชีวิตและในการทำงาน

สำหรับประโยชน์ของ ICT ในด้านการศึกษา มีด้วยกันดังนี้

1.ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการสื่อสาร การบริการ ซึ่งทำให้สังคมได้รับความสะดวกสบาย

2.เป็นสังคมแห่งการสื่อสาร โดยสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วทุกที่ทุกเวลา

3.มีระบบผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ในฐานข้อมูลความรู้ เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุก ๆ ด้าน

4.เทคโนโลยีสารสนเทศสร้างโอกาสให้กับทุกคนได้

5.เป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเกิดการศึกษาในรูปแบบใหม่ กระตุ้นความสนใจแก่ผู้เรียน โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการสอน  ( Computer – Assisted  Instruction  :  CAI )

6.การทำงานเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ช่วยลดเวลาในการทำงานให้น้อยลง

7.ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการบริโภคสิ้นค้าที่หลากหลายและมีคุณภาพดีขึ้น

ทั้งนี้ในด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารด้านการศึกษา อย่างเช่น ระบบการลงทะเบียน และระบบการจัดตารางสอน ซึ่งเป็นเครื่องมือในการเพิ่มโอกาสทางด้านการศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้การเทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ทำให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลหรือไม่สะดวกในการเดินทางสามารถได้รับการศึกษาเช่นเดียวกับผู้ที่อยู่ในเมือง  มีบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ ทำให้บทเรียนมีความน่าสนใจมากขึ้น และเกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะมีภาพเคลื่อนไหว แสงสีและเสียงประกอบ นักเรียนสามารถเตรียมตัวก่อนเรียน และทบทวนบทเรียนด้วยตนเองเมื่อใดก็ได้ และยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กับผู้พิการทางสายตาหรือหูได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีบทบาทต่อการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษาได้เป็นอย่างดี ทั้งในและนอกสถานศึกษารวมทั้งหน่วยงานต่างๆ เพราะสามารถใช้บทเรียนออนไลน์ในการอบรมพนักงานเพื่อให้ความรู้ได้ด้วย นอกจากนี้อินเทอร์เน็ตยังเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญที่ทั้งครูและนักเรียนหรือบุคคลทั่วไป ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลเรื่องต่างๆ ในการทำรายงาน และเพื่อศึกษาหาความรู้ได้มากขึ้น นอกจากที่กล่าวมานี้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารยังมีบทบาทสำคัญในด้านต่างๆอีกด้วย

ผู้ประกอบการหน้าใหม่ควรศึกษาด้านการนำเข้าและส่งออก เพื่อให้การทำธุรกิจประสบความสำเร็จด้วยดี

planetbus.netการแข่งขันด้านค้ามีการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรง ทำให้ในประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างมาก เศรษฐกิจไทยต้องอาศัยการส่งออกและนำเข้าสินค้า จึงจำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการขนส่ง เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศมีการขยายตัวอย่างมีคุณภาพ ผู้ประกอบการที่สนใจทำธุรกิจส่งออกควรสนใจศึกษาปัจจัยที่กำหนดความสำเร็จของธุรกิจส่งออกดังนี้

1.ต้องเตรียมความพร้อมในด้านการลงทุน เพื่อมีเงินหมุนเวียนในช่วงแรก

2.เลือกสินค้าที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญ โดยเน้นที่คุณภาพของสินค้า และดูแนวโน้มของตลาด โดยอาจขอคำแนะปรึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้า และออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม วิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศ ซึ่งในแต่ละประเทศมีความต้องการสินค้าที่แตกต่างกัน

3.ศึกษาคู่แข่งในตลาดต่างประเทศ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ในตลาดเพื่อสร้างความแตกต่าง และ ความโดดเด่น ของสินค้าและกิจการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าชนิดเดียวกันที่มีผู้ขายหลายรายในตลาดนั้น

4.ศึกษากฎระเบียบการส่งออกสินค้าของไทย การนำเข้าของต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อขจัดความยุ่งยากในการทำธุรกิจส่งออกเช่น อัตราภาษีส่งออกนำเข้า การจำกัดโควตาสินค้าส่งออกนำเข้า ใบอนุญาตการนำเข้าสินค้าบางประเภทเช่น กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

5.จัดหาพนักงานที่มีความรู้ความชำนาญ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้มากยิ่งขึ้น และควรมีพนักงานที่เพียงพอกับงาน

6.ผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจและรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เช่น ปัญหาด้านการขนส่ง ปัญหาด้านการผลิต รวมไปถึงปัญหาด้านการจำหน่ายด้วย

ธุรกิจทางด้านการส่งออกและนำเข้านั้น มีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่นำเงินตราเข้าสู่ประเทศอย่างมากมายมหาศาล ธุรกิจการส่งออกจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ อีกทั้งการส่งออกในปัจจุบันได้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น โดยมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ใน การทำธุรกิจมากยิ่งขึ้นทำให้สามารถทำการค้ากับต่างประเทศด้วยความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการทำธุรกิจส่งออกเป็นการทำการค้ากับนานาประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ส่งออกจะ ศึกษาหาข้อมูลเพราะว่าเป็นธุรกิจที่กระบวนการที่มีขั้นตอน และรายละเอียดมาก ผู้ประกอบการควรจะมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นก่อนเพื่อให้การทำธุรกิจประสบความสำเร็จด้วยดี

ศึกษาหากลยุทธ์เพื่อใช้ต่อสู้กับคู่แข่ง

การแข่งขันถือเป็นธรรมชาติของการทำธุรกิจ ซึ่งหากธุรกิจไหนน่าลงทุนและได้ผลตอบรับจากตลาดในทางที่ดี ตัวธุรกิจนั้นก็จะเปรียบเสมือนเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุนให้เข้าร่วมช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด โดยธุรกิจบางประเภทอาจจะมีบริษัทเข้าแข่งขันมากหน้าหลายตา การมีคู่แข่งในตลาดจึงเป็นทั้งสิ่งที่คุณหลีกเลี่ยงและละเลยไม่ได้ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหากลยุทธ์เพื่อใช้ต่อสู้กับคู่แข่งเสียให้ราบ ซึ่งกลยุทธ์ต่างๆ เหล่านี้เป็นกลยุทธ์พื้นฐานง่ายๆ แต่ได้ผลดีทีเดียว

1.ราคา

หากคิดจะเอาชนะคู่แข่ง สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสนใจก็คือกลยุทธ์การตั้งราคาผลิตภัณฑ์และบริการ เนื่องจากปัจจัยอันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจซื้อสินค้าคือราคา ฉะนั้นหากเรางัดใช้กลยุทธสินค้าราคาถูกกว่าคู่แข่งในท้องตลาด ผู้บริโภคก็มักหยิบสินค้าของเราขึ้นมาพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น แต่ทั้งนี้หากผู้ประกอบการเลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าวควรคำนวณจุดคุ้มทุนให้รอบคอบ อย่าตัดราคาคู่แข่งจนตัวเองไม่มีกำไร หรือบางทีก็ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสินค้าด้วย เพราะหากคุณตั้งราคาสินค้าของเราถูกกว่าความเป็นจริงมากเกินไป อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่เชื่อมั่น ส่งผลให้พวกเขาเลิกใช้สินค้าของเราเพราะคิดว่าคุณภาพคงลดตามราคาไปด้วย

2.เพิ่มช่องทางและสิ่งจูงใจพิเศษ

หากผู้ประกอบการออกกลยุทธมอบช่องทางและสิ่งจูงใจพิเศษประเภทจัดส่งถึงบ้าน ฟรีค่าติดตั้ง แจกคูปองสมนาคุณ หรือแม้กระทั่งให้ส่วนลดเป็นพิเศษ จะถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความได้เปรียบเป็นอย่างมาก และรับรองว่าผู้บริโภคแทบทุกคนพอใจสิทธิพิเศษที่เราเสนอให้พวกเขาแน่นอน ดังนั้นผู้ประกอบการควรเพิ่มทางเลือกพิเศษไปในกลยุทธ์การตลาดด้วย เพื่อเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันให้สูงขึ้น ซึ่งกลยุทธ์จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใกล้ชัยชนะมากกว่าเดิมหลายช่วงตัว

3.ความสะดวกสบาย

จัดเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ซึ่งสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม เพราะความสะดวกสบายจัดเป็นกลยุทธ์ทางจิตวิทยาที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคว่าจะเลือกหยิบไปจ่ายเงินหรือจะปล่อยให้ผลิตภัณฑ์อยู่บนชั้นวางต่อไป ซึ่งเราสามารถอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้หลายวิธี เช่น บริการสั่งซื้อสินค้าแบบออนไลน์ บริการจัดส่งและติดตั้งถึงสถานที่ บริการซ่อมบำรุงหลังการขาย บริการให้ข้อมูลสินค้าผ่านทางอีเมล เป็นต้น ซึ่งบริการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ถือเป็นกลยุทธ์อาวุธลับซึ่งช่วยสร้างความโดดเด่นหนือคู่แข่งได้เป็นอย่างดี

4.ความน่าเชื่อถือ

อีกหนึ่งกลยุทธสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมาก เพราะหากลองคิดตามหลักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็จะเข้าใจผู้บริโภคว่าพวกเขาไม่อยากจ่ายเงินซื้ออะไรก็ตามที่พวกเขาไม่แน่ใจในที่มาและคุณภาพอย่างแน่นอน ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องพยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้บริษัทรวมถึงรักษามาตรฐานการผลิตสินค้าทุกชิ้น นอกจากนี้การรับประกันสินค้าและการเปิดให้แสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ยังเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคเป็นอย่างดี และความน่าเชื่อถือนี่เองจะกลายเป็นอาวุธใช้มัดใจลูกค้า ทั้งยังสร้างปราการที่แข็งแกร่งพร้อมรับการแข่งขันในระยะยาวได้อีกด้วย

5.สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

หากผู้ประกอบการไม่ได้ตระหนักถึงก็อาจพลาดกลยุทธ์สำคัญที่จะเอาชนะใจลูกค้าไปอีกหนึ่งกลยุทธ์ เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งต่อการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบพื้นหลังด้านการตอบแทนสังคมซึ่งเข้ามามีบทบาทในการพิจารณาไม่แพ้กับการซื้อกำัลังฮิตเลย ผู้บริโภคนิยมอุดหนุนและสนับสนุนธุรกิจที่มีการตอบแทนคืนสู่สังคมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยผู้ประกอบการสามารถทำให้ผู้บริโภคเห็นว่ามีนโยบายดังกล่าวอาจเป็นการมอบทุนการศึกษาให้เด็กผู้ยากไร้ ให้เงินช่วยเหลือแก่มูลนิธิเพื่อคนพิการ จัดกิจกรรมปลูกป่า เป็นต้น ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของกลยุทธ์การจัดกิจกรรมเหล่านี้คือสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกิจการอีกด้วย

ยังมีกลยุทธ์อีกมากมายให้ผู้ประกอบการเลือกใช้เพื่อบดบังรัศมีของคู่แข่ง แต่ถึงอยากเอาชนะคู่แข่งมากเพียงไร ผู้ประกอบการควรหลีกเลี่ยงการใช้กลโกงต่างๆ อาทิ การขโมยความลับหรือการปล่อยข่าวทำลายภาพลักษณ์คู่แข่ง เพราะถึงเราจะชนะเขาด้วยวิธีดังกล่าวได้ แต่หากเรื่องเกิดเปิดเผยขึ้นมา ผู้ประกอบการก็อาจแพ้ภัยตนเองในภายหลังได้

การศึกษาแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกของประเทศไทย

ธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมหรือร้านโชห่วยมีแนวโน้มจะลดลงเป็นลําดับ จากสาเหตุประการแรก คือการถูกแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดโดยธุรกิจดิสเคาท์สโตร์และร้านสะดวกซื้อ ประการที่สอง คือ การไม่ปรับตัวเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างธุรกิจค้าปลีก ประการที่สาม คือ รสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแต่ละแบบมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันไป ตั้งแต่แนวคิดหลัก เงินลงทุน ที่ตั้ง ลักษณะขนาดโครงสร้างของอาคารรวมไปถึงการตกแต่ง ขนาดพื้นที่ใช้สอยหรือพื้นที่ตั้งวางสินค้า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป สินค้าที่วางจำหน่าย ปริมาณสินค้า และประเภทสินค้าที่วางจำหน่ายตลอดจนบริการต่างๆที่จัดให้มีภายในสถานประกอบการ

จากสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีกในปัจจุบัน ส่งผลให้รูปแบบการค้าขายของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก การขยายตัวอย่างรวดเร็วของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อที่มีจำนวนสาขามากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆปี ทำให้กลุ่มลูกค้าผู้บริโภคมีช่องทางในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น อันส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมที่มีขนาดเล็ก ดังนั้นเพื่อให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยสามารถดำรงอยู่ได้ตามสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เช่น การนำเสนอสินค้า และบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย การปรับปรุงรูปแบบการจัดเรียงสินค้าภายในร้าน เพื่อให้สะดวกต่อการเลือกซื้อของผู้บริโภค ตลอดจนการบริหารและควบคุมต้นทุนซึ่งต้องคำนึงถึง การจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการค้าปลีกควรให้ความใส่ใจเพิ่มมากขึ้น

ธุรกิจการค้าปลีกมีแนวโน้มที่จะมีรูปแบบการค้าปลีกแบบใหม่เกิดขึ้น วงจรชีวิตของธุรกิจค้าปลีกค่อนข้างสั้น มีการเพิ่มขึ้นของการค้าปลีกแบบไม่มีร้านค้า การเพิ่มขึ้นของคู่แข่งขัน การเปลี่ยนแปลงในรูปการเลือกซื้อโดยแวะซื้อเพียงครั้งเดียว มีการเจริญเติบโตของระบบการตลาดในแนวตั้ง การออกแบบร้านค้าที่มีความทันสมัย มีการจัดกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ การขยายตัวของพ่อค้าปลีกที่สำคัญไปทั่วโลก และร้านค้าปลีกกลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนมากขึ้น การค้าขายปลีกสมัยใหม่นับเป็นแนวโน้มที่สำคัญของสังคมทั่วโลก เพราะเป็นระบบการค้าที่มีประสิทธิภาพสูง สะดวกสบาย

ประสบการณ์และการศึกษาช่วยผลักดัน SMEs ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

ปัจจุบันระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยประกอบด้วยธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กมากกว่าร้อยละ 90 ของธุรกิจ ทั้งประเทศ โดยมีการจดทะเบียนเป็นจํานวนมากกว่า 2 ล้านราย ก่อให้เกิดการจ้างงานคิดเป็นร้อยละ 76 ของทั้งหมด และยังช่วยกระจายรายได้ในอีกหลายกลุ่ม ดังนั้น ธุรกิจ SME จึงมีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

การขยายกิจการเติบโตจนสามารถส่งออกสินค้า ไปแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้จึงเป็นความฝันของผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยี Logistics และการสื่อสารที่ก้าวหน้าทําให้การติดต่อหาคู่ค้าจากทั่วทุกมุมโลก เป็นไปได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายน้อยลงกว่าแต่ก่อน ทางภาครัฐก็ริเริ่มโครงการสนับสนุนหลายโครงการ แต่เมื่อพิจารณาตัวเลขปริมาณการส่งออกทั้งหมดของไทยแล้ว มีเพียงร้อยละ 26 เท่านั้นที่เป็นการส่งออกจากภาค SMEs ของไทย

ขณะที่การเปิดประชาคมเสรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปีพ.ศ. 2558 นั้นใกล้เข้ามา ทุกฝ่ายต่างคาดหวังว่าการ เปิดนี้จะทําให้เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสําคัญที่สามารถสร้างโอกาสการเปิดตลาดสู่ต่างประเทศของผู้ประกอบการ SMEs แต่สถิติและผลสํารวจจากหลายหน่วยงานกลับบ่งชี้ว่า SMEs ไทยยังขาดความพร้อมในภาคการส่งออก ผลสํารวจ ของศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยระบุว่าในปี พ.ศ. 2555 มีผู้ประกอบการ SMEs เพียงร้อยละ 56 เท่านั้นที่ “พร้อม” ต่อการทําธุรกิจในตลาด AEC ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 5 จากปีก่อนหน้านั้น

ธุรกิจ SMEs ของไทยจํานวนมากมีสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องในการตลาดต่างประเทศและยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ตัวผู้ประกอบการต่างหากที่ไม่กล้าเสี่ยง และคิดว่าธุรกิจของตนยังไม่พร้อมส่งออก คุณศุภรายังกล่าวอีกว่า ความคิดเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากการขาดข้อมูลของตลาดเป้าหมาย อีกส่วนจากทัศนคติในแง่ลบ ว่าการส่งออกนั้นมีขั้นตอนซับซ้อนและจําเป็นต้องใช้ทุนทรัพย์จํานวนมาก แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถพบคําตอบของประเด็นเหล่านี้ได้ และขั้นตอนการส่งสินค้าไปในตลาดต่างประเทศก็ไม่ซับซ้อนเหมือนเมื่อก่อน โดยเฉพาะในตลาดอาเซียน เพียงแค่มีการคิดเชิงวิเคราะห์และหาข้อมูลวางแผนอย่างมีขั้นตอนประกอบด้วยเท่านั้น

ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นด้วยการตั้งโจทย์เล็ก ๆ ให้แก่ธุรกิจของตนเองทีละด้าน เช่น การหาจุดแข็ง (strength) ของสินค้าตัวเอง หาตลาดเป้าหมาย (target market) เพื่อการนําเสนอขายสินค้าและบริการให้ตรงกลุ่มลูกค้า จากนั้นจึงทําแผนการตลาดโฆษณาผลิตภัณฑ์ และสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จัก คุณศุภราแนะนําว่าในช่วงเริ่มต้น ผู้ประกอบการไม่จําเป็นต้อง “คิดใหญ” และไม่ต้อง “คิดรอบด้าน” ตั้งแต่แรกเพราะจะเป็นการกดดันตัวเองเกินความจําเป็น แต้ให้โฟกัสทีละตลาดทีละกลุ่มอย่างคอ่ยเป็นค่อยไปเช่น ถ้าเราต้องการเจาะตลาด AEC ให้เริ่มจากการตั้งเป้าหมายในตลาดประเทศใดประเทศหนึ่งก่อนและให้ความสําคัญกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลัก (target customers) เพื่อวางตําแหน่งสินค้าของเรา (positioning) ได้อย่างถูกต้อง

จากประสบการณ์ช่วยผลักดัน SMEs ไทยสู่ตลาดต่างประเทศและทํางานร่วมกับผู้ประกอบการในหลายกลุ่มธุรกิจ คุณศุภราแนะนําว่าตลาดต่างประเทศไม่ได้แตกต่างจากตลาดในบ้านเรา เพราะมีทั้งกลุ่มที่ต้องการสินค้าคุณภาพสูง ซึ่งผู้บริโภคมีกําลังซื้อมาก และตลาดที่มีราคาเป็นปัจจัยการแข่งขันหลัก ซึ่งแต่ละตลาดมีความต้องการสินค้า และใช้ต้นทุนแตกต่างกัน กุญแจสู่ความสําเร็จจึงไม่ใช่การหาสินค้าที่ดีที่สุดไปขาย แต่เป็นการจัดหาสินค้าที่ดีพอ และเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละตลาดนั่นเอง

ผู้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจหลายคนส่วนมากก็ไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจมาก่อน

นับแต่อดีตเป็นต้นมาหลายครั้งที่ค่านิยมถูกนำไปผูกติดกับความเชื่อในแบบผิดๆ ซึ่งมักบังคับช่องทางการทำธุรกิจให้แคบลงอยู่เสมอ ความเชื่อเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเอาเสียเลยในปัจจุบัน เพราะดูเหมือนจะเป็นการไปจำกัดความก้าวหน้าอย่างสิ้นเชิงสำหรับนักธุรกิจสายเลือดใหม่ โดยหนึ่งในความเชื่อที่เป็นข้อผูกมัดให้ไม่อาจทำให้เริ่มธุรกิจใหม่ได้ก็คือความเชื่อเรื่องประสบการณ์ ซึ่งมักได้รับการบอกกล่าวจากรุ่นสู่รุ่นว่าธุรกิจเป็นเรื่องของประสบการณ์ ผู้ใดไม่มีประสบการณ์ก็อย่าริอ่านไปทำธุรกิจโดยเด็ดขาด Timothy Ericson ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท CityRyde ได้ให้แนวทางที่จะปฏิวัติความคิดเรื่องประสบการณ์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจอีกต่อไป ดังต่อไปนี้

การมองหาความต้องการของตลาดเป็นสิ่งแรกที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่พึงจะต้องกระทำ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับสิ่งประดิษฐ์และบริการ เพราะต้องเข้าใจในพื้นฐานของคนเราที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน และเชื่อเถอะว่าไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการใดสามารถตอบสนองความต้องการได้ครบและครอบคลุมทุกกลุ่มผู้บริโภคได้ ดังนั้นสิ่งนี้คือช่องทางและโอกาสทองของผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องจับตลาดความต้องการของผู้บริโภคที่มักเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ และทำผลิตภัณฑ์ออกมาตอบสนองความต้องการในส่วนดังกล่าวให้จงได้ ซึ่งแนวทางนี้ไม่ต้องใช้ประสบการณ์เลยแม้แต่น้อย ที่ต้องใช้คือการทำวิจัยดีๆ ต่างหาก

ผู้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจหลายคนส่วนมากก็ไม่ได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจมาก่อน เพียงแต่พวกเขามีมุมมองอันชาญฉลาดและรู้ว่าธุรกิจอะไรควรลงไปแข่ง ธุรกิจอะไรควรเว้นวรรค หรือที่เรียกว่าการประเมินโอกาสทางธุรกิจนั่นเอง วิธีการประเมินธุรกิจเบื้องต้นที่ง่ายที่สุดคือการประเมินศักยภาพของธุรกิจของตนเองและกลุ่มตลาดเป้าหมาย ตัวอย่างคือ พิจารณาปัจจัยทางความพร้อม บุคลากร เงินทุน การบริหาร บวกกับแนวทางการเติบโตของกลุ่มเป้าหมายที่จะลงไปจับ คู่แข่ง ความต้องการหลักของผู้บริโภค เมื่อนำปัจจัยทั้ง 2 ด้านมาวิเคราะห์ประกอบกันแล้วก็จะรู้เองว่าธุรกิจดังกล่าวมีความน่าลงทุนขนาดไหนที่จะส่งผลิตภัณฑ์และบริการลงไปแข่งด้วย จึงจะเรียกว่าเป็นการทำธุรกิจอย่างชาญฉลาดที่มีแต่ได้มากกว่าเสียนั่นเอง

การศึกษาเรียนรู้ในการทำธุรกิจส่วนตัวนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ยุคปัจจุบันนี้เป็นยุคที่หลายคนอยากจะทำธุรกิจส่วนตัวมากกว่าที่จะรับราชการหรือเป็นมนุษย์เงินเดือนแต่การทำธุรกิจส่วนตัวไม่ใช่ว่าจะเหมาะสมกับทุกคน  บางคนอยากทำธุรกิจของตัวเองมาก แต่ทำไปสักพักก็อาจจะขอกลับไปเป็นลูกจ้างมากกว่าเพราะไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาสารพัด ไม่เหมือนทำงานประจำเลิกงานแล้วก็กลับบ้านได้อย่างสบายใจ เสาร์-อาทิตย์ก็พักได้ไม่ต้องกังวลในทางตรงกันข้ามบางคนทำงานประจำแล้วอาจจะเป็นลูกน้องที่แย่ ทำอะไรก็ไม่ค่อยถูกใจเจ้านาย แต่พอมาทำธุรกิจของตัวแล้วร่ำรวยไปเลยก็มีวันนี้ผมเลยขออนุญาติบอกลักษณะนิสัยที่ผู้ทำธุรกิจส่วนตัวหรือค้าขายควรจะมีดังนี้

ช่างสังเกตุความต้องการของลูกค้าเดี๋ยวนี้พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ผู้ที่ทำธุรกิจหรือค้าขายควรที่จะช่างสังเกตุความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ โดยเฉพาะความต้องการของลูกค้า เพื่อที่จะได้ปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจให้เหมาะสม เช่น เดี๋ยวนี้คนมีแนวโน้มรักสุขภาพมากขึ้น ถ้าคุณทำร้านอาหาร ก็ควรที่จะนำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพมาทดลองขายเพื่อเพิ่มยอดขาย เป็นต้นสามารถทำงานหนักได้  การทำธุรกิจส่วนตัวในช่วงเริ่มต้น มักจะต้องอาศัยความอดทนและความพยายามค่อนข้างมาก  ยิ่งถ้าคุณทำธุรกิจเล็กๆ และไม่ได้มีเงินจ้างพนักงานมาช่วยหลายคน  เช่น คุณเริ่มต้นทำกิจการร้านอาหารตามสั่ง  คุณแทบจะต้องทำหน้าที่ทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะจ่ายตลาดทำอาหาร บริกร แต่ถ้าธุรกิจสามารถผ่านช่วงเริ่มต้นไปได้และมีกำไร  งานบางอย่างคุณก็สามารถจ้างคนมาช่วยงานได้ ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยเหมือนช่วงเริ่มต้น

พิจารณาสิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบ   ในการทำธุรกิจของตัวเอง จะไม่มีคนมาคอยบอกว่าต้องทำอย่างไรเหมือนการทำงานประจำ   อำนาจการตัดสินใจสูงสุดอยู่ที่ตัวคุณ  ดังนั้นเมื่อมีหัวข้อที่จะต้องพิจารณา คุณจะต้องพิจารณาสิ่งต่างๆอย่างรอบคอบวิเคราะห์ในทุกแง่มุม ไมว่าจะเป็นการตลาด บัญชี  การผลิต และอื่นๆ เพราะการตัดสินใจของคุณเพียงครั้งเดียวอาจจะทำให้ธุรกิจของคุณย่ำแย่ หรือธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วก็ได้เช่นกัน ชอบการเรียนรู้และการพัฒนา ในการทำธุรกิจสิ่งที่สำคัญอย่างมากคือความรู้ในธุรกิจที่คุณทำ ยิ่งถ้าคุณเป็นคนชอบการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ก็เป็นนิสัยอย่างหนึ่งที่ผู้ประกอบการควรจะมี เพราะจะทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโตได้ไม่ย่ำอยู่กับที่   ยิ่งปัจจุบันสิ่งต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่คุณชอบเรียนรู้จะทำให้ไม่ตกยุค

แนวโน้มธุรกิจบริการการศึกษาในปัจจุบัน

เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิต การค้าหรือบริการต่างๆ ทำให้ผู้คนทั่วโลกจำเป็นจะต้องปรับตัวให้สามารถดำรงอยู่ได้ ซึ่งการเตีรยมตัวเพื่อให้พร้อมกับสภาพดังกล่าวนั้นถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพของบุคคลให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการศึกษาที่จะช่วยในการสร้างความรู้ ความสามารถได้

ดังนั้นธุรกิจบริการการศึกษาจึงเป็นธุรกิจที่สำคัญเพราะมีส่วนช่วยในการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพของบุคคลเพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดนอกจากนี้แล้วการศึกษายังเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพของประชากรโดยเฉพาะในด้านแรงงานในด้านอุตสาหกรรมการผลิตและธุรกิจการค้าต่างๆจึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการในธุรกิจบริการการศึกษาที่จะสามารถสร้างช่องทางเพื่อขยายการบริหารจัดการทางธุรกิจให้เติบโต ทั้งนี้ในด้านการแข่งขันทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันภายในประเทศหรือนอกประเทศได้มีความรุนแรงขึ้นเช่นเดียวกัน จึงส่งผลให้ทุกประเทศต้องเร่งเสริมสร้างศักยภาพทางการแข่งขันที่จะนำไปสู่กาพัฒนาขีดความสามารถของกำลังแรงงานให้สามารถผลักดันธุรกิจไปสู่เป้าหมายและสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้

ด้วยเหตุเหล่านี้จึงทำให้มีการบริการทางการศึกษาทั้งในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน สถาบันอุดมศึกษาและสถาบันบริการทางการศึกษาต่างๆขึ้นมา และยังมีการให้บริการทางด้านการศึกษาอื่นๆ อย่างเช่น โรงเรียนกวดวิชาต่างๆ ธุรกิจบริการสอนภาษา ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะตลาดแรงงานจะมีการแข่งขันสูงขึ้นการเพิ่มทักษาภาษาจึงมีแนวโน้มที่ทวีความสำคัญมากขึ้นอีกด้วย

จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเหล่านี้แต่ละประเทศจึงควรให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อให้บุคลากรมีความรู้ ความสามารถและเตรียมพร้อมต่อสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ นอกจากนี้แล้วการศึกษายังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้เป็นไปอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นนในทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจและสังคมที่ต้องอาศัยองค์ความรู้และวิทยาการต่าง ๆในการพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นคุณภาพของประชากรจึงขึ้นอยู่กับระบบการศึกษาของประเทศเป็นสําคัญ โดยประชาชนทุกคนจะต้องร่วมกันสร้างค่านิยมในการใฝ่เรียนรู้ รักการอ่าน และการค้นความหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ รวมทั้งรัฐบาลก็ต้องจัดหาและส่งเสริมให่ประชาชนได้รับการศึกษาทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบอย่างพอเพียงและทั่วถึง

การศึกษาต่อหลักสูตรบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

การศึกษาหลักสูตรการจัดการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจโดยศึกษาถึงกระบวนการบริหารการจัดการในศาสตร์ต่างๆ ตลอดจนฝึกปฏิบัติศิลปะทางการบริหาร เพื่อให้รู้จักนำความรู้แนวคิดทฤษฎีและกลยุทธ์ต่างๆไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานในวงการธุรกิจ และหน่วยงานราชการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาชีพ ซึ่งปัจจุบันวงการธุรกิจขยายขนาดและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีนักบริหารธุรกิจในสาขาต่างๆ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ และมีมีคุณธรรมในสาขาการบริหารธุรกิจ ทันต่อวิทยาการทางเทคโนโลยี สนองรับกับความต้องการในวงการธุรกิจทั้งในประเทศ และต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

วัตถุประสงค์ของหลักสูตรบริหารธุรกิจ

เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ ความเข้าใจ สมรรถนะ และความสามารถในการทำงานและสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการพัฒนาตนเองและหน่วยงานหรือสถาบันที่เกี่ยวข้อง สามารถนำความรู้ไปประยุกต์และประกอบอาชีพด้านการวางแผน การจัดระบบงาน มีวิสัยทัศน์ มีความคิดและจิตในเชิงสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ให้เป็นที่ยอมรับในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงระดับสากลอย่างกว้างขวาง

การพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ

โดยเกื้อหนุนและช่วยเหลือด้านทุนการศึกษา ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ทักษะชีวิต ทัศนคติ การฝึกฝนตนเองจากประสบการณ์จริง และการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเรียนการสอน การเรียนบริหารธุรกิจมีทางเลือกหลากหลายสำหรับการทำงานโดยครอบคลุมหน้าที่งานทางธุรกิจทุกด้าน อาทิ ทรัพยากรมนุษย์ การตลาด การเงิน ภานในองค์กร หรือแม้แต่เป็นผู้ประกอบการเอง รวมทั้งที่ปรึกษาด้านธุรกิจ

การเรียนบริหารธุรกิจนอกจากจะได้รับความรู้ตามสาขาที่ตนเองเลือกแล้ว ยังได้ค้นหาคำตอบว่าอะไรที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ รูปแบบของการเรียนจะเป็นการบรรยายในชั้นเรียน การอภิปราย การทำกรณีศึกษา การทำกิจกรรมในชั้นเรียน การศึกษาดูงาน และการฝึกปฏิบัติงานในองค์กรต่างๆ ไม่เฉพาะแต่อาชีพในสายงานทางธุรกิจเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จากการเรียนบริหารธุรกิจ ทุกๆสายอาชีพต่างเก็บเกี่ยวความรู้ในการบริหารธุรกิจไปปรับใช้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาศักยภาพของหน่วยงานที่ตนสังกัดอยู่ การก้าวไปสู่การเป็นผู้บริหาร เจ้าของกิจการของตนเอง หรือกระทั่งกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันของตนเอง